เยอรมนี (Germany – เจอร์มันนี) เป็นหนึ่งในประเทศที่ผสมผสานเสน่ห์ของความเก่าแก่กับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบสถาปัตยกรรมแบบยุโรปดั้งเดิม ประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง หรือธรรมชาติที่งดงามราวกับภาพวาด ที่นี่มีให้ครบทุกสไตล์การท่องเที่ยว
เที่ยวเยอรมนี (Germany – เจอร์มันนี) ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และธรรมชาติ
เที่ยวเยอรมนี (Germany – เจอร์มันนี) ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และธรรมชาติ
เยอรมนี (Germany – เจอร์มันนี) เป็นหนึ่งในประเทศที่ผสมผสานเสน่ห์ของความเก่าแก่กับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบสถาปัตยกรรมแบบยุโรปดั้งเดิม ประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง หรือธรรมชาติที่งดงามราวกับภาพวาด ที่นี่มีให้ครบทุกสไตล์การท่องเที่ยว
เมืองและสถานที่ห้ามพลาดในเยอรมนี
1. Berlin (เบอร์ลิน)
เมืองหลวงของเยอรมนี เต็มไปด้วยความหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรมและศิลปะ มีแลนด์มาร์กสำคัญที่ควรไปเยือน เช่น
- Brandenburg Gate (แบรนเดนบวร์ก เกต) ประตูชัยสัญลักษณ์แห่งการรวมประเทศ
- Berlin Wall (เบอร์ลิน วอลล์) อดีตกำแพงที่เคยแบ่งประเทศออกเป็นสองส่วน ปัจจุบันบางส่วนถูกอนุรักษ์และตกแต่งด้วยภาพวาดสตรีทอาร์ต
- Museum Island (มิวเซียม ไอส์แลนด์) เกาะพิพิธภัณฑ์ที่รวมศิลปะและโบราณวัตถุจากทั่วโลก
บรรยากาศใน Berlin มีทั้งย่านเก่าแก่และย่านสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร และไนท์ไลฟ์คึกคัก
2. Munich (มิวนิค)
เมืองหลวงของแคว้น Bavaria (บาวาเรีย) โด่งดังด้านเทศกาลเบียร์ระดับโลก Oktoberfest (อ็อคโทเบอร์เฟสต์) ที่จัดขึ้นทุกปีในฤดูใบไม้ร่วง
สถานที่น่าสนใจ ได้แก่
- Marienplatz (มาเรียนพลัทซ์) จัตุรัสกลางเมืองที่มี New Town Hall (นิว ทาวน์ฮอลล์) และนาฬิกากลไก Glockenspiel (กล็อคเคนชปีล)
- English Garden (อิงลิช การ์เดน) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ เหมาะกับการพักผ่อน
- โรงเบียร์ดั้งเดิมอย่าง Hofbräuhaus (โฮฟบรอยเฮาส์) ที่เปิดให้บริการมานานหลายศตวรรษ
3. Neuschwanstein Castle (นอยชวานสไตน์ คาสเซิล)
หนึ่งในปราสาทที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเนินเขาในแคว้นบาวาเรีย ล้อมรอบด้วยภูเขาและป่าไม้ ปราสาทแห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับปราสาทในเทพนิยายของ Walt Disney (วอลต์ ดิสนีย์) หากมาในฤดูหนาวจะได้เห็นวิวหิมะปกคลุมงดงามราวภาพฝัน
4. Hamburg (ฮัมบูร์ก)
เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีและมีสะพานมากกว่า 2,000 แห่ง จุดเด่นคือ
- Speicherstadt (ชไพเคอร์ชตัดท์) ย่านโกดังเก่าอิฐแดงที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
- Miniatur Wunderland (มินิอาทัวร์ วุนเดอร์ลันด์) โลกจำลองขนาดเล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- ท่าเรือ Hamburg ที่คึกคักและเต็มไปด้วยร้านอาหารทะเลสดใหม่
5. Heidelberg (ไฮเดลเบิร์ก)
เมืองมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในเยอรมนี บรรยากาศโรแมนติกและเงียบสงบ ไฮไลต์คือ
- Heidelberg Castle (ไฮเดลเบิร์ก คาสเซิล) ปราสาทเก่าที่มองเห็นวิวแม่น้ำ Neckar (เนคคาร์) ได้อย่างงดงาม
- Old Bridge (โอลด์บริดจ์) สะพานหินที่เชื่อมเมืองเก่า
- ถนน Hauptstrasse (เฮาพท์ชตราเซอ) ถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านค้าและคาเฟ่
6. Cologne (โคโลญจ์)
เมืองริมแม่น้ำ Rhine (ไรน์) ที่มีชื่อเสียงจาก
- Cologne Cathedral (โคโลญจ์ คาเธดรัล) วิหารสไตล์โกธิกที่ใช้เวลาสร้างกว่า 600 ปี
- พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต (Chocolate Museum – ช็อกโกแลต มิวเซียม)
- งานเทศกาลคาร์นิวัลประจำปี
7. Black Forest (แบล็ก ฟอเรสต์)
พื้นที่ป่าทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี เต็มไปด้วยป่าไม้หนาทึบ ทะเลสาบ หมู่บ้านเล็กๆ และเส้นทางเดินป่าที่สวยงาม
- เมือง Triberg (ทรีแบร์ก) มีน้ำตกสูงและเป็นแหล่งกำเนิดนาฬิกากุ๊กกู
- เส้นทางขับรถชมวิว Black Forest High Road (แบล็ก ฟอเรสต์ ไฮโรด)
เคล็ดลับการท่องเที่ยวเยอรมนี
- การเดินทาง: ระบบรถไฟ Deutsche Bahn (เดอทช์ บาน) สะดวกและครอบคลุมทั่วประเทศ
- ช่วงเวลาน่าเที่ยว: ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงอากาศสบาย หรือฤดูหนาวสำหรับคนชอบหิมะ
- อาหารที่ควรลอง: ไส้กรอกเยอรมัน (Bratwurst – บราทวูร์สต์), ขาหมูทอด (Schweinshaxe – ชไวน์ช์ฮักเซอ), เบียร์ท้องถิ่น
Contact Us : https://deal25.net/
